
- ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนสหกรณ์ออมทรัพย์ลดลงเล็กน้อย ขณะที่จำนวนชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยในปี 2567 มีจำนวนสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ ทั้งสิ้น 3.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จำนวน 410,245 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 โดยอัตราการเพิ่มของสมาชิกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา
- สินทรัพย์รวมของสหกรณ์ออมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 2.06 ล้านล้านบาท ในปี 2558 เป็น 3.43 ล้านล้านบาท ในปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 66 ในรอบ 10 ปี โดยโครงสร้างเงินทุนประกอบด้วยหนี้สินในสัดส่วนประมาณร้อยละ 51–54 ของสินทรัพย์รวม และทุนของสหกรณ์ประมาณร้อยละ 46 – 49 ทั้งนี้ สัดส่วนหนี้สินมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ขณะที่สัดส่วนทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์ส่วนใหญ่มาจากสมาชิก ได้แก่ ทุนเรือนหุ้นและเงินรับฝากจากสมาชิก ซึ่งมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 68.6 ของสินทรัพย์รวมในปี 2558 เป็นร้อยละ 79.3 ในปี 2567 ในขณะที่แหล่งเงินทุนจากภายนอกลดลงจากร้อยละ 23.3 เหลือร้อยละ 13.0 ของสินทรัพย์รวม
- การใช้เงินทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนเงินให้กู้ยืมลดลงจากร้อยละ 81.8 ของสินทรัพย์ในปี 2558 เหลือร้อยละ 69.0 ในปี 2567 ขณะที่สัดส่วนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11.2 เป็นร้อยละ 22.3 ของสินทรัพย์รวม ส่วนเงินสด เงินฝากธนาคาร และเงินฝากสหกรณ์อื่น มีสัดส่วนเปลี่ยนแปลงไม่มาก ขณะที่มูลค่าการฝากและให้กู้ยืมแก่สหกรณ์อื่นเพิ่มขึ้นในช่วงปี 2558–2563 และลดลงในช่วงหลัง โดยในปี 2567 มีมูลค่าคงเหลือประมาณ 280,770 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.2 ของสินทรัพย์รวม
- รายได้รวมของสหกรณ์ออมทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 121,071 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 167,121 ล้านบาท ในปี 2567 โดยรายได้หลักมาจากดอกเบี้ยรับเงินให้กู้ยืม และผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 10,911 ล้านบาท เป็น 27,507 ล้านบาทในช่วงเวลาเดียวกัน ส่วนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและเงินลงทุนโดยรวมอยู่ในระดับใกล้เคียงกันตลอดช่วง 10 ปี โดยดอกเบี้ยจ่ายเงินรับฝากเพิ่มขึ้น ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ยืมลดลง ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและเงินรับฝากต่อรายได้รวมลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นตามขนาดการดำเนินงาน ทั้งนี้ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 65,293 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 101,573 ล้านบาท ในปี 2567
- มูลค่าธุรกิจของสหกรณ์ออมทรัพย์ พบว่า มูลค่าเงินให้กู้ยืมรวมเพิ่มขึ้นจาก 1.69 ล้านล้านบาท เป็น 2.39 ล้านล้านบาท ในรอบ 10 ปี โดยเงินให้กู้ยืมแก่สมาชิกเป็นสัดส่วนหลัก ขณะที่เงินรับฝากคงเหลือเพิ่มขึ้นจาก 0.63 ล้านล้านบาท เป็น 1.43 ล้านล้านบาท โดยเป็นเงินรับฝากจากสมาชิกเป็นหลัก ส่วนการลงทุนของสหกรณ์เพิ่มขึ้นจาก 231,317 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 766,128 ล้านบาท ในปี 2567 โดยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยจากการลงทุนอยู่ในช่วงประมาณร้อยละ 3.9 – 4.7
- อัตราส่วนทางการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ พบว่า อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ขณะที่อัตราผลต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และมูลค่าสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินทรัพย์รวม
(คลิกเพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม)